การวินิจฉัยดีซ่าน

นอกจากการสังเกตจาก อาการภายนอก แล้ว สามารถตรวจหา ภาวะดีซ่าน ได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ตรวจเลือด ตรวจการทำงานของตับด้วยการตรวจเลือด เป็นการวัดระดับเอนไซม์และโปรตีนในเลือด ตับที่ถูกทำลายและมีความเสียหายจะปล่อยเอนไซม์เข้าสู่กระแสเลือด และระดับโปรตีนในเลือดก็จะลดลง วิธีการนี้สามารถตรวจหาโรคไข้จับสั่น (มาลาเรีย) โรคตับแข็ง ตับอักเสบ และตับที่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจปัสสาวะ ตรวจปัสสาวะเพื่อวัดระดับสารยูโรบิลิโนเจน (Urobilinogen) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียรบกวนการทำงานตามสภาวะปกติของสารบิลิรูบินในระบบย่อยอาหาร ปริมาณสารที่มากเกินไปแสดงถึงภาวะดีซ่านที่เกิดก่อนเข้าสู่ตับและเกิดขึ้นภายในตับ ส่วนปริมาณสารที่ปกติหรือน้อยเกินไปแสดงถึงภาวะดีซ่านที่เกิดหลังออกจากตับ และวัดสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ซึ่งจะพบในปัสสาวะผู้ป่วยที่เป็นดีซ่านเท่านั้น
  • การฉายภาพรังสี เป็นการตรวจหาดีซ่านในภาวะดีซ่านที่สงสัยว่า สาเหตุเกิดจากตับ หรือมีการอุดกั้นของทางเดินน้ำดี ซึ่งจะเห็นภาพความผิดปกติภายในตับหรือในระบบน้ำดีผ่านการฉายภาพรังสี วิธีการฉายภาพรังสีที่นำมาใช้ ได้แก่ การตรวจอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound scan) การถ่ายภาพรังสีด้วยคอมพิวเตอร์ (CT scan) การสร้างภาพด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRI scan)
  • ตรวจชิ้นเนื้อตับ การตรวจชิ้นเนื้อเป็นวิธีการที่ถูกใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงและโอกาสที่น่าจะเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับ โดยการใช้เข็มเจาะเอาชิ้นเนื้อในตับไปตรวจในห้องแล็บด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาความผิดปกติของเซลล์ตับ
  • การส่องกล้องผ่านทางปากเพื่อตรวจบริเวณท่อน้ำดี (ERCP) เป็นการตรวจท่อน้ำดีของตับโดยการฉีดสีและเอ็กซเรย์ผ่านกล้อง

Drop Your Comment

Proudly powered byWordPress. Theme byWeblizar.