เนื้องอกมดลูก โรคฮิตของผู้หญิงที่รู้ทันได้…ด้วยการตรวจภายใน

เนื้องอกมดลูก เนื้องอกใน กล้ามเนื้อมดลูก ไม่ว่าจะถูกเรียกแบบไหน แต่ภาวะผิดปกตินี้ก็ทำให้ผู้หญิงหลายคนวิตกกังวล เพราะมักเข้าใจว่า เนื้องอกนี้…จะลุกลามกลายเป็นมะเร็ง! ซึ่งจริงๆ แล้วมีโอกาสน้อยมาก หรือเรียกว่ามีโอกาสเพียงแค่ประมาณ 1 ใน 1,000 เท่านั้น และที่สำคัญ คือ ผู้ป่วยอาจไม่ต้องตัดมดลูกทิ้ง หากตรวจพบก้อนเนื้องอกนี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม!!

เนื้องอกมดลูก..ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง
เมื่อแพทย์บอกว่าพบเนื้องอก หลายคนวิตกไปไกลแล้วว่า “ฉันเป็นมะเร็ง” แต่จริงๆ แล้ว “เนื้องอกมดลูก” โดยส่วนใหญ่เป็นเพียงเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่เนื้อร้าย ซึ่งชนิดของเนื้องอกมดลูกนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้
เนื้องอกมดลูกที่ผิวด้านนอกผนังมดลูก ชนิดนี้มักไม่ค่อยมีปัญหาถ้าก้อนไม่โต เพราะอยู่บริเวณด้านนอกตัวมดลูก จึงไม่เกี่ยวกับการบีบตัวของ กล้ามเนื้อมดลูก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ก้อนเนื้องอกโตจนเบียดอวัยวะอื่น หรือกรณีที่เกิดการบิดที่ขั้ว ก็จะทำให้มีอาการปวดรุนแรงได้

เนื้องอกมดลูกที่อยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก หมายถึง ปริมาตรส่วนใหญ่ของก้อนเนื้องอกอยู่ในผนังมดลูก เป็นตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเนื้องอกชนิดนี้จะทำให้เกิดปัญหามีบุตรยาก และมีอาการปวดประจำเดือน ประจำเดือนมามาก โดยความรุนแรงขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้องอก
เนื้องอกมดลูกที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก หมายถึง ปริมาตรส่วนใหญ่ของก้อนหรือก้อนเนื้อทั้งก้อนอยู่ในโพรงมดลูก เนื้องอกชนิดนี้จะส่งผลให้มีภาวะมีบุตรยาก แท้งบุตรง่าย ประจำเดือนมากผิดปกติและปวดประจำเดือนรุนแรง
อาการเตือนที่บอกว่า…คุณอาจมี “เนื้องอกมดลูก”
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดง แต่ในผู้ป่วยที่ก้อนเนื้องอกเริ่มมีขนาดใหญ่ อาจทำให้มีอาการเตือนเหล่านี้…
การเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน เช่น มานาน มาบ่อย หรือมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จนทำให้เกิดอาการซีดในบางราย
อาการปวด โดยเฉพาะอาการปวดประจำเดือน และอาจมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยร่วมด้วย
อาการที่เกิดจากการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่น การกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก หรือการกดเบียดลำไส้ ทำให้เกิดท้องผูก ปวดหน่วงบริเวณทวารหนัก เป็นต้น
คลำได้ก้อนในอุ้งเชิงกรานหรือช่องท้อง ในกรณีที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมาก
ตั้งครรภ์แล้วแท้งบ่อย
มีบุตรยาก
อยากรู้ให้แน่ชัดว่าใช่ “เนื้องอกมดลูก” หรือไม่ ตรวจได้ด้วยวิธีนี้
เพราะส่วนใหญ่ก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่แสดงอาการผิดปกติชัดเจน แต่แพทย์มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจภายในช่องคลอด เช่น ผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากพบความผิดปกติจากการตรวจภายในร่วมกับซักประวัติอาการจากผู้ป่วยแล้ว อาจต้องมีการตรวจวิธีอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ตรวจอัลตร้าซาวนด์ช่องท้องส่วนล่าง, การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-scan), การตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการส่องกล้องตรวจในช่องท้อง (Laparoscopy) เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

Drop Your Comment

Proudly powered byWordPress. Theme byWeblizar.