SEOBOK ซอบก มนุษย์อมตะ 2 สามีแห่งชาติในหนังปรัชญาไซไฟ

  • Monica
  • ไม่มีความเห็น

Seobok

เป็นอีกหนึ่ง โปรแกรมหนังฟอร์มยักษ์จากเกาหลี ที่โดนพิษของ โควิด 19 จนต้องเลื่อนวันฉายถึง 3 รอบจากปลายปี 2020 สู่ต้นปี 2021 จนกระทั่งได้ฉายโรงหนังเมืองไทยรับเทศกาลสงกรานต์ทิพย์ในปี 2021 ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดระลอกใหม่ที่กำลังก่อตัวไม่แพ้กับวิกฤติล่าคนอมตะอย่างซอบกเลยทีเดียว

โดยชื่อหนังของเราก็คือมนุษย์โคลนนิงนามว่าซอบก (พัคโบกอม) ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการเป็นกุญแจไขคำตอบของมนุษย์สู่ชีวิตอมตะ แต่หลังจากนักวิทยาศาสตร์ถูกฆาตกรรมชะตากรรมของซอบกเลยต้องหวังพึ่ง มินกีฮอน (กงยู) บอดีการ์ดอิสระผู้มีอดีตอันขมขื่นที่ถูกเรียกตัวมารับงานอารักขามนุษย์โคลนอย่างซอบกด้วยหวังว่าเขาจะได้รับการรักษาโรคร้ายเป็นการตอบแทน

กีฮอนเลยต้องปกป้องซอบกสุดชีวิตและยิ่งนานวันสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งแน่นแฟ้น ดูหนังออนไลน์ไทย ในขณะที่ซอบกได้เริ่มเรียนรู้ชีวิตและความหมายของการเป็นมนุษย์ กีฮอนก็เหมือนได้โอกาสไถ่บาปในอดีต แต่ทว่าแผนการพามนุษย์โคลนหลบหนีกลับเต็มไปด้วยลับลมคมในที่อาจทำให้ชีวิตทั้งคู่ต้องเสี่ยงอันตรายเกินคาดเดา

จากตัวอย่างหนังแน่นอนล่ะว่า ‘SEOBOK’ ขายพลังดาราของทั้งกงยูและพัคโบกอมแน่ ๆ โดยมีเรื่องราวมนุษย์โคลนและองครักษ์มาให้สาววายได้จิ้นฟินเวอร์กัน ซึ่งตรงนี้ยอมรับนะครับว่าหนังเต็มไปด้วยความเปล่งประกายของพลังดาราทั้งคู่จริง ๆ เพราะในขณะที่บรรดาภรรยาทิพย์กำลังมองกงยูด้วยสายตาอันเคลิบเคลิ้มด้วยมาดของบอดีการ์ดสุดเท่ บรรดาแม่ยกของน้องพัคโบกอมก็คงตกหลุมรักมาดเด็กน้อยใสซื่อจนยากจะถอนตัว

แต่เหนืออื่นใดด้วยความที่หนังก็จงใจให้เป็นโลกที่ไร้นางเอกดังนั้นบรรดาสาว ๆ นักเดินเรือก็สามารถ “ชิป” ความสัมพันธ์ระหว่าง “พี่กีฮอน” กับ “น้องซอบก” ได้เลยเต็มที่ด้วยฉากแฟนเซอร์วิสเลเวลน้ำหมากกระจายอย่างการพาไปเปลี่ยนชุดไปยันเลือดออกปากในตอนท้ายที่รับรองเลยว่าสาววายงานนี้มีกรี๊ดแบบตายคาจอแน่นอน

ในทางตรงกันข้ามหากเอา ‘SEOBOK’ ไปเทียบหนังไซไฟฮอลลีวูดก็อาจจะไม่ยุติธรรมกับหนังไปเสียหน่อย เพราะเมื่อพิจารณาจากเนื้อแท้และเมสเสจของหนังก็พบว่ามันเป็นงานไซไฟปรัชญาที่พูดถึงคุณค่าของชีวิตเป็นหลัก ดังนั้นแม้ว่าตอนเปิดเรื่องรวมไปถึงการดำเนินเรื่องจะออกไปทางหนังแอ็กชันไล่ล่าสุดมันส์ แต่พอหนังเข้าโหมดจริงจังมันก็ไปพูดถึงเป้าหมายของชีวิตและตราบาปในอดีตซึ่งทั้งพัคโบกอมและกงยูต่างก็ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดีแม้จะต้องแลกกับความย้วยของหนังก็ตาม

และแม้ว่ามันจะมีจุดด่างพร้อยเรื่องซีจีไปบ้างหรือการดึงอารมณ์หนังให้ดิ่งลงช่วงกลางเรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ‘SEOBOK’ ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่โชว์ศักยภาพของ “โคเรียวูด” หรืออุตสาหกรรมหนังเกาหลีที่มุ่งมั่นสร้างหนังฟอร์มยักษ์ส่งออกสู่ตลาดสากลอย่างแท้จริงขอเพียงแต่ปรับการดำเนินเรื่องให้กระชับขึ้นหรือพยายามพัฒนาเรื่องเทคนิกพิเศษให้เนียนตากว่านี้รับรองว่าบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาอาจได้ต้อนรับแชมป์ใหม่เป็นหนังเกาหลีก็เป็นได้

หนังเล่าเรื่องราวของ “มินกีฮอน” (กงยู) อดีตสายลับที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและฝังแต่ความทรงจำอันแสนโหดร้ายอยู่ในหัว จนกระทั่งเขาถูกอดีตหัวหน้ามอบหมายให้คุ้มกัน “ซอบก” (พัคโบกอม) มนุษย์โคลนตัวแรกของโลกไปยังสถานที่ปลอดภัย แต่ทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเมื่อขบวนขนส่งถูกลอบโจมตี กีฮอนและซอบกหนีมาได้ แต่ก็มีอันตรายรอพวกเขาอยู่ทุกทาง ซอบกถูกคนหลายกลุ่มออกตามล่าเพราะซอบกคือ “มนุษย์อมตะ” คนเดียวที่กุมอนาคตของมนุษยชาติ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นภัยอันตรายที่ร้ายแรงที่สุด เมื่อต้องเดิมพันด้วยอนาคตของโลก กีฮอนและซอบกต้องหนีตายเคียงบ่าเคียงไหล่พร้อมเผชิญหน้าเหล่าศัตรูรอบด้านกับการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!

จากตัวอย่างคงจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าหนังเน้นขายนักแสดงอย่าง กงยู และพัคโบกอม เพราะหนังเรื่องนี้ไม่มีนางเอกจึงทำให้จุดโฟกัสหลักไปอยู่ที่สองนักแสดงนำชายอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องบอกว่าทั้งคู่เคมีเข้ากันได้ดีมากถึงมากที่สุด ใครแฟนคลับคนไหนมีช็อตให้กรี๊ดแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความดุ ความดิบ ความหล่อเท่ของกงยู หรือความเด็กน้อยขี้สงสัยอ่อนต่อโลก แสนจะน่ารักของพัคโกบอมก็น่าจะคว้าใจใครหลายคนได้ (และอาจเพิ่มพลังจิ้นด้วยเช่นกัน)

แต่ถึงแม้สองตัวละครหลักจะดีแค่ไหน ตัวละครที่เหลือนี่เรียกได้ว่าตัวประกอบจริง ๆ ไร้มิติ ไม่น่าสนใจ และกลายเป็นน่ารำคาญไปซะแบบนั้น

ทางด้านเนื้อเรื่อง หากใครคาดหวังว่าจะได้ดูหนังไซไฟ แอ็คชัน พลังเหนือมนุษย์อาจจะต้องผิดหวังสักหน่อย เพราะเนื้อเรื่องส่วนมากคือการสนทนาการของสองตัวละครหลัก ถึงปรัชญาชีวิต การตามหาความหมายของชีวิต ชีวิตคืออะไรทำนองนั้น แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีฉากแอ็คชันนะ มีแต่น้อย มีในช่วงต้น ๆ เรื่องกับท้ายเรื่อง ซึ่งทั้งสองฉากนั้นก็ถือว่าทำได้ดีเลยนะ (ช่วงท้ายนี่ไม่ใช่เล่น เท่!)

และด้วยความที่หนังเน้นเรื่องการตามหาความหมายของชีวิตมันจึงกลายเป็นหนังที่ค่อนข้างเนือย เนิบ และเบาไปสักหน่อย ยอมรับเลยว่าหลาย ๆ ฉากน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน และหลาย ๆ ฉากก็ยังงง ๆ เช่นกัน ภาพรวมมันไม่มีอะไรเท่าไหร่ ทั้งเรื่องเราจะได้เห็นสองตัวละครผลัดกันพูดถึงประเด็นเหล่านี้ มันจึงทำให้เราไม่อินกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเท่าไหร่ แต่ก็มีคำพูดหลาย ๆ อย่างที่คมและทำให้เราฉุกคิดอยู่เยอะเหมือนกัน

จริง ๆ หนังสามารถใส่อะไรเข้าไปได้เยอะมากเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นแอ็คชันการปกป้องตัวทดลองของกงยู หรือการเผชิญโลกครั้งแรกของพัคโบกอม หรือแม้กระทั่งฉากดราม่าก็ขยี้ได้อีกมาก แต่หนังดันไปเล่นบทสนทนาที่วนไปวนมาอย่างน่าเสียดายและเสียของ

สรุปแล้ว SEOBOK เป็นหนังปรัชญาที่ตามหาความหมายของชีวิต ดำเนินเรื่องด้วยการสนทนาของสองตัวละครหลัก หากใครเป็นแฟนคลับของ กงยู และ พัคโบกอม ก็ไม่น่าจะผิดหวังสักเท่าไหร่ แค่ได้เห็นเคมีของทั้งสองก็เป็นที่น่าพอใจแล้วแหละ

徐福 เป็นตัวอักษรภาษาจีน ที่เคยใช้ในภาษาเกาหลีที่เรียกว่าอักษรฮันจามาก่อน และ 徐福 เป็นชื่อของ ฉวูฟู๋ นักเล่นแร่แปรธาตุและนักเดินทางชาวจีนในรัชสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่เป็นผู้รับบัญชจากจิ๋นซีฮ่องเต้ในการออกตามหาน้ำอมฤต หรือน้ำแห่งชีวิตนิรันดร์ โดยฉวูฟู๋ได้ออกเดินทางไปตามหายังเกาะญี่ปุ่นพร้อมกับปราชญ์ บัณฑิตและคนหนุ่มสาวจำนวนมาก แล้วฉวูฟู๋ก็ไม่ได้กลับมายังจีนอีกเลย จนทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้โมโหมาก ถึงกับเผาตำรา สังหารบัณฑิตเพื่อบันดาลโทสะที่ไม่สามารถคว้าน้ำอมฤต เพื่อสนองให้ตัวเองเป็นอมตะได้ และหันไปบัญชาให้สร้างสุสานใหญ่โตเพื่อรองรับชีวิตหลังความตายของเขา ซึ่งก็คือสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่มีรูปปั้นดินเผาทหารม้าในปัจจุบัน และในจุดนี้ก็มีการสันนิษฐานกันว่าบรรพบุรุษของคนญี่ปุ่น ก็มาจากเมืองจีนและอาจจะเป็นกลุ่มของฉวูฟู๋

ซึ่งคล้ายจะบอกว่า การไขว่คว้าหาชีวิตนิรันดร์บนโลกนี้ ก็จะส่งผลให้เกิดวิกฤติความฉิบหายแก่โลกใบนี้ ซึ่งไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าน้ำอมฤตมีจริงหรือไม่ อีกทั้งในประวัติศาสตร์ก็สันนิษฐานให้ชวนคิดว่า ฉวูฟู๋อาจจะค้นพบน้ำอมฤตแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะไม่นำออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อไม่ให้ใครสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ และชื่อของ ฉวูฟู๋ ในภาษาจีนนั้น ก็อ่านในภาษาเกาหลีได้เป็น ซอบก (Seobok)

Seo Bok ซอบก เล่าถึงเรื่องของ มิน กีฮอน อดีตสายลับ ผู้ที่ชีวิตล้มเหลว ต้องมารับหน้าที่คุ้มครองบุคคลคนหนึ่งแบบจับพลัดจับผลู โดยบุคคลนั้นเป็น “มนุษย์โคลนนิ่ง” นาม ซอบก สายพันธุ์พิเศษที่เป็นกุญแจไขความลับระดับมนุษยชาติ และด้วยเหตุนี้ ภารกิจคุ้มครองส่งตัวของเขา จึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่สถานการณ์ก็เกิดตูมตามมากมาย จนทำให้กีฮอนและซอบกต้องผจญภัยร่วมกัน

ถือเป็นการประกาศให้โลกได้รู้ว่าเกาหลีใต้ ที่มี การพัฒนา ภาพยนตร์ เข้าขั้น สูง แล้ว ก็ยังได้ พัฒนา บทบาท และ เทคนิคใหม่ ๆ ออก มา ให้ คอภาพยนตร์ ได้ตื่นตาตื่นใจ ซึ่ง Seo Bok ก็ทำได้ ดี แต่น่า เสียดาย ที่มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าจะช่วยให้สมบูรณ์กว่านี้ และด้วยเนื้อหา ถือเป็นการผสมผสานเนื้อหาไซไฟที่ไม่ได้แปลกใหม่มากนัก แต่ในจุดนี้ ทางผู้สร้างก็ได้นำรายละเอียดอื่น ๆ แทรกเข้ามา จนทำให้รู้สึกว่าความเป็นไซไฟของเรื่อง เป็นอะไรที่สัมผัสได้ แม้จะเหนือโลกไปบ้าง แต่ เนื้อเรื่อง ก็สามารถ ดึงผู้ชม ให้ หลุดเข้าไป ในมิติของ เรื่องนี้ เรียบร้อย แล้ว และกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็คือจบเรื่องพอดี

แต่จุดโดดเด่นของเรื่อง ไม่ใช่ฉาคแอคชั่นตูมตาม หรือความหล่อเท่ของสามีแห่งชาติอย่าง กงยู หรือฝีมือการแสดงของ พัค โบกอม กลับเป็นข้อคิดและปรัชญาที่แทรกอยู่ในเนื้อเรื่องและบทพูด ที่ปรากฎอยู่ตลอดเรื่อง และด้วยการกำกับของ อียองจู ที่เคยมีประสบการณ์เขียนบทมาหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องดังอย่าง Memories of Murder ก็ช่วยให้บทของเขาแข็งแกร่ง มีพลังที่ได้ชมการสนทนาของตัวละครแล้ว ก็ทำให้ได้คิดตาม โดยเฉพาะเรื่องของการมีชีวิตอยู่ ความหมายของชีวิต การสิ้นชีพอันแสนสงบ รวมถึงเรื่องของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่พยายามจะสื่อว่า ไม่มีใครสามารถเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้ แม้จะมีเทคโนโลยีที่เลอเลิศก็ตาม

นอกเหนือจากปรัชญาชีวิตแล้ว ดราม่าของตัวละครก็เป็นอีกจุดที่โดดเด่น ในเรื่องของความดี ความชั่ว ที่เป็นสิ่งที่เรารู้และเห็นกันอยู่อย่างชัดแจ้ง แต่คนบางกลุ่ม ก็เลือกความชั่วร้าย มากกว่าความดี ทั้งที่สามารถเลือกได้ และในส่วนของดราม่านี้เอง ก็ลงล็อคกับนักแสดงสายดราม่าอย่าง กงยู มาก ๆ ทำให้บทบาทสายลับผู้เหลวแหลกสมจริงขึ้นมา แต่จุดดีนี่เอง ก็ดันไปกลบบทแอคชั่นของเขาไป น่าเสียดายเล็กน้อย ที่ไม่ได้เห็นกงยูใส่เต็มกับบทบาทนี้

ด้านขวัญใจติ่งอย่าง พัค โบกอม ที่ต้องเป็น ซอบก ตัวละครบทบาทหน้าเดียว อันเนื่องมาจากมนุษย์โคลนนิ่งที่ไม่เคยได้ออกสู่โลกภายนอก แต่ภายใต้ใบหน้านิ่งและไร้อารมณ์ กลับสัมผัสได้ถึงความเย็นชา จิตใจที่ยังไม่ได้หล่อหลอมจนเป็นเสมือนยืนอยู่จุดกึ่งกลางของความดีและความชั่ว แต่สิ่งที่โดดเด่นก็เป็นดราม่าตัวละครเช่นเดียวกับ มิน กีฮอน แต่เป็นตัวละครที่ชวนให้เราคิดว่า

Drop Your Comment

Proudly powered byWordPress. Theme byWeblizar.