อาการโรคเบาหวาน ปัญหาสุขภาพและภาวะแทรกซ้อน

โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคอันตราย อาการโรคเบาหวาน อาจสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต รวมถึงทำให้ผู้ป่วยรู้สึกทุกข์ทรมานจากอาการที่เกิดขึ้น อาการโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นอาจเหมือนหรือแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด นอกจากนี้ ยังมีอาการจากภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยได้ไม่น้อย ซึ่งหากผู้ป่วยละเลยการรักษาและการดูแลตนเอง อาการโรคเบาหวานอาจรุนแรงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนอีกด้วย

โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ภาวะดื้ออินซูลิน หรือ มีฮอร์โมนอื่นออกฤทธิ์ต้านอินซูลิน ซึ่งฮอร์โมนอินซูลินนี้มีหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลิน ผลิตได้น้อย หรือทำงานไม่ได้เต็มที่ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานอื่น ๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดอาการของโรคเบาหวานขึ้น

อาการโรคเบาหวาน

อาการโรคเบาหวาน

อาการของโรคเบาหวานแต่ละชนิดนั้นมีความคล้ายคลึงและแตกต่างกันตามแต่ละชนิด  ดังนี้

  • อาการทั่วไป
    อาการเหล่านี้เป็นอาการทั่วไปของโรคเบาหวาน ซึ่งอาจปรากฏขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน ไม่ว่าจะชนิดได้ก็ตาม โดยผู้ป่วยอาจมีอาการ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ อยากอาหารมากขึ้น อ่อนเพลีย สายตาพร่ามัว ปากแห้ง คันตามผิวหนัง รอยช้ำหรือรอยแผลจะหายช้า เป็นต้น
  • อาการโรคเบาหวานชนิดที่ 1
    โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มักเกิดในคนอายุน้อย เป็นภาวะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สาเหตุอาจมาจากความผิดปกติของยีนส์รวมกับปัจจัยแวดล้อมบางอย่าง ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัด ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ จึงจำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนอยู่เสมอ โดยอาการที่อาจพบผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เช่น ปัสสาวะรดที่นอนในเด็กที่ควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มักหงุดหงิดง่ายและอารมณ์เปลี่ยนแปลง ภาวะขาดน้ำ และภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน (Diabetic ketoacidosis) เป็นต้น และหากไม่รับการรักษามีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ไตเสียหาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดแดงแข็ง นอกจากนี้ หากผู้ป่วยหายใจลำบาก  หายใจสั้นและถี่ ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ ปวดท้อง หรือหมดสติ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
  • อาการโรคเบาหวานชนิดที่ 2
    โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคที่ไม่ได้ติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นโรคที่อาจเกิดจากความผิดปกติของยีนและปัจจัยที่เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อย่างการรับประทานอาหารที่ไม่หมาะสม ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักเกินเกณฑ์ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน แม้ว่ายังสามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อสู้กับภาวะดื้ออินซูลินที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ได้ จึงอาจทำให้เกิดอาการ เช่น ปวดศีรษะ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อยากอาหารมากขึ้น หย่อนสมรรถภาพทางเพศ  และร่างกายอ่อนแอติดเชื้อได้ง่าย เป็นต้น นอกจากนี้ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างผิวหนังติดเชื้อ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมอง การได้ยินบกพร่อง และไตวาย เป้นต้นผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างเช่น อายุมาก มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ขาดการออกกำลังกาย รวมถึงผู้ที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค
  • อาการโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes)
    โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ มักพบในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์และหายไปเองเมื่อเด็กคลอด ส่วนใหญ่โรคหวานชนิดนี้มักไม่แสดงอาการหรือความผิดปกติให้สังเกตเห็นได้จึงอาจต้องตรวจคัดกรองเพื่อวินิจฉัย แม้ว่าโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะไม่แสดงอาการแต่สามารถส่งผลกระทบทั้งแม่และเด็กได้ อาจทำให้เด็กตัวใหญ่หรือน้ำหนักมากกว่าปกติ ภาวะน้ำคร่ำมาก (Polyhydramnios) คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ ดีซ่านหลังคลอด หรือภาวะตายคลอดได้ นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหวานชนิดที่ 2 สูงขึ้น

การป้องกันก่อนเกิดโรคถือเป็นหัวใจสำคัญ แม้ว่าโรคเบาหวานชนิดอื่น ๆ จะไม่สามารถป้องกันได้ แต่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นอาจป้องกันได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่เหมาะสม ออกกำลังกาย ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้วก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอื่น ๆ นอกจากนี้ หากมีอาการใด ๆ ที่คาดว่าอาจเป็นอาการของโรคควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

ทำความรู้จักชนิดของเบาหวาน

โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการขาดอินซูลิน เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้เลย (อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ทำหน้าที่ช่วยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานในการดำรงชีวิต) เบาหวานชนิดนี้มักพบในเด็กและผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี

เบาหวานชนิดที่ 2 พบมากในคนส่วนใหญ่ เกิดจากการที่เซลล์ของร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีหรือที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายเหมือนขาดอินซูลินไประดับหนึ่ง ร่างกายต้องทดแทนโดยการสร้างอินซูลินออกมามากขึ้น จนตับอ่อนทำงานมากขึ้นจนทำงานไม่ไหวถ้าไม่ช่วยแก้ไข นอกจากนี้ตับอ่อนของผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ยังสร้างอินซูลินได้ไม่มากเท่าคนปกติด้วย จึงมีระดับอินซูลินที่ไม่พอเพียงแก่ความต้องการ สาเหตุของภาวะดื้ออินซูลิน ได้แก่ พันธุกรรม ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกาย ดังนั้น หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ร่วมกับมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็จะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้มากขึ้น

เบาหวานชนิดที่ 3 เป็นเบาหวานชนิดที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ ตับอ่อนถูกตัด โรคที่มีเหล็กสะสมมากเกินไปในตับจนทำให้ตับเสียหาย การรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ การได้รับสารเคมี ความผิดปกติของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต

เบาหวานชนิดที่ 4 เป็นเบาหวานที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ มักเกิดในผู้ที่ไม่มีประวัติเป็นเบาหวานมาก่อนตั้งครรภ์ เมื่อคลอดแล้วเบาหวานก็จะหายไป แต่คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นเบาหวานได้อีกในอนาคต

อาการของโรคเบาหวาน

ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน
หิวน้ำบ่อย
หิวบ่อย รับประทานจุ แต่น้ำหนักลด
ผิวแห้ง
เป็นแผลแล้วหายยาก
ตาพร่ามัว
ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า
หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น อย่ารอช้า ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่างไรก็ดี ไม่ควรรอจนอาการต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้น เพราะบางครั้งกว่าจะเกิดอาการเหล่านี้ ระดับน้ำตาลในเลือดก็อาจสูงเกินไปแล้ว ทางที่ดีควรหมั่นตรวจสุขภาพและตรวจเช็กระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่เคยมีประวัติความทนต่อน้ำตาลบกพร่องหรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ

 

Drop Your Comment

Proudly powered byWordPress. Theme byWeblizar.